วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556

วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม 2556
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
EAED3207 Science Experiences Management for Early Childhood
เวลาเรียน 08.30-12.20 น.


ครั้งที่ 9
** เนื่องจากอยู่ในช่วงการสอบกลางภาค **

วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม 2556
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
EAED3207 Science Experiences Management for Early Childhood
เวลาเรียน 08.30-12.20 น.


ครั้งที่ 8

เนื่องจากเป็นวันที่อาจารย์ต้องไปทำธุระที่ต่างประเทศ จึงให้นักศึกษาทุกคนเตรียมการนำเสนอสื่อของตนเอง ในสัปดาห์ ที่10 วันที่ 12 สิงหาคม 2556


 

 
วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2556
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
EAED3207 Science Experiences Management for Early Childhood
เวลาเรียน 08.30-12.20 น.


ครั้งที่ 7

** ชดเชยการเรียนการสอน **

ได้ร่วมอบรมการทำกิจกรรมสื่อสำหรับเด็กปฐมวัย และประดิษฐ์สื่อร่วมกับเพื่อนๆ กลุ่มละ 5 คน 

ชิ้นที่ 1 ภาพนูน




       
     

ชิ้นที่ 2 ภาพเคลื่อนไหว


วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2556
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
EAED3207 Science Experiences Management for Early Childhood
เวลาเรียน 08.30-12.20 น.


ครั้งที่ 6

** เนื่องจากเป็นวันหยุดวันเข้าพรรษา **

 ต ร ง กั บ วั น แ ร ม ๑ ค่ำ เ ดื อ น ๘

    "เข้าพรรษา" แปลว่า "พักฝน" หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่นๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน คือ เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองครั้ง ก็เลื่อนมาเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือนแปดหลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เว้นแต่มีกิจธุระเจ้าเป็นซึ่งเมื่อเดินทางไปแล้วไม่สามารถจะกลับได้ในเดียวนั้น ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืนเรียกว่า สัตตาหะ หากเกินกำหนดนี้ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์ แห่งการจำพรรษา จัดว่าพรรษาขาด ระหว่างเดินทางก่อนหยุดเข้าพรรษา หากพระภิกษุสงฆ์เข้ามาทันในหมู่บ้านหรือในเมืองก็พอจะหาที่พักพิงได้ตามสมควร แต่ถ้ามาไม่ทันก็ต้องพึ่งโคนไม้ใหญ่เป็นที่พักแรม ชาวบ้านเห็นพระได้รับความลำบากเช่นนี้ จึงช่วยกันปลูกเพิง เพื่อให้ท่านได้อาศัยพักฝน รวมกันหลาย ๆองค์ ที่พักดังกล่าวนี้เรียกว่า "วิหาร" แปลว่าที่อยู่สงฆ์ เมื่อหมดแล้ว พระสงฆ์ท่านออกจาริกตามกิจของท่านครั้งถึงหน้าฝนใหม่ท่านก็กลับมาพักอีกเพราะสะดวกดี แต่บางท่านอยู่ประจำเลย บางทีเศรษฐีมีจิตศัรทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ก็เลือกหาสถานที่สงบเงียบไม่ห่างไกลจากชุมชนนัก สร้างที่พัก เรียกว่า "อาราม" ให้เป็นที่อยู่ของสงฆ์ดังเช่นปัจจุบันนี้
     โดยปรกติเครื่องใช้สอยของพระตามพุทธานุญาตให้มีประจำตัวนั้น มีเพียงอัฏฐบริขารอันได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ำ และมีดโกน และกว่าพระท่านจะหาที่พักแรมได้ บางทีก็ถูกฝนต้นฤดูเปียกปอนมา ชาวบ้านที่ใจบุญจึงถวายผ้าอาบน้ำฝนสำหรับให้ท่านได้ผลัดเปลี่ยน และถวายของจำเป็นแก่กิจประจำวันของท่านเป็นพิเศษในเข้าพรรษานับเป็นเหตุให้มีประเพณีทำบุญเนื่องในวันนี้สืบมา

 การที่พระภิกษุสงฆ์ท่านโปรดสัตว์อยู่ประจำเป็นที่เช่นนี้ เป็นการดีสำหรับสาธุชนหลายประการ กล่าวคือ ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระพุทธบัญญัติก็นิยมบวชพระ ส่วนผู้ที่อายุยังไม่ครบบวชผู้ปกครองก็นำไปฝากพระ โดยบวชเป็นเณรบ้าง ถวายเป็นลูกศิษย์รับใช้ท่านบ้าง ท่านก็สั่งสอนธรรม และความรู้ให้ และโดยทั่วไป พุทธศาสนิกชนนิยมตักบาตรหรือไปทำบุญที่วัด นับว่าเป็นประโยชน์

     การปฏิบัติตน ในวันนี้หรือก่อนวันนี้หนึ่งวัน พุทธศาสนิกชนมักจะจัดเครื่องสักการะเช่น ดอกไม้ ธูปเทียน เครื่องใช้ เช่น สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น มาถวายพระภิกษุ สามเณร ที่ตนเคารพนับถือ ที่สำคัญคือ มีประเพณีหล่อเทียนขนาดใหญ่เพื่อให้จุดบูชาพระประธานในโบสถ์อยู่ได้ตลอด 3 เดือน มีการประกวดเทียนพรรษา โดยจัดเป็นขบวนแห่ทั้งทางบกและทางน้ำ
     แม้การเข้าพรรษาจะเป็นเรื่องของภิกษุ แต่พุทธศาสนิกชนก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ ทำบุญรักษาศีลและชำระจิตใจให้ผ่องใส ก่อนวันเข้าพรรษาชาวบ้านก็จะไปช่วยพระทำความสะอาดเสนาสนะ ซ่อมแซมกุฏิวิหารและอื่นๆ พอถึง วันเข้าพรรษาก็จะไปร่วมทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรมและรักษาอุโบสถศีลกันที่วัด บางคนอาจตั้งใจงดเว้น อบายมุขต่างๆ เป็นกรณีพิเศษ เช่น งดเสพสุรา งดฆ่าสัตว์ เป็นต้น อนึ่ง บิดามารดามักจะจัดพิธีอุปสมบทให้บุตรหลาน ของตนโดยถือกันว่าการเข้าบวชเรียนและอยู่จำพรรษาในระหว่างนี้จะได้รับ อานิสงส์อย่างสูง 
     ประเพณีหล่อเทียนเข้าพรรษา เป็นประเพณีที่กระทำกันเมื่อใกล้ถึงฤดูเข้าพรรษาซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ พระภิกษุจะต้องอยู่ประจำวัดตลอด ๓ เดือนมาตั้งแต่โบราณกาล การหล่อเทียนเข้าพรรษานี้มีอยู่เป็นประจำ ทุกปี เพราะในระยะเข้าพรรษานี้ พระภิกษุจะต้องมีการสวดมนต์ทำวัตรทุกเช้าเย็นและในการนี้จะต้องมีธูป เทียนจุดบูชาด้วย พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จึงพร้อมใจกันหล่อเทียนเข้าพรรษาสำหรับให้พระภิกษุจุดเป็น การกุศลทานอย่างหนึ่งเพราะเชื่อกันว่าในการให้ทานด้วยแสงสว่าง จะมีอานิสงฆ์เพิ่มพูนปัญญาหูตาสว่างไสว ตามชนบท การหล่อเทียนเข้าพรรษาทำกันอย่างเอิกเกริกสนุกสนานมาก เมื่อหล่อเสร็จแล้ว ก็จะมีการแห่แหน รอบพระอุโบสถ ๓ รอบ แล้วนำไปบูชาพระตลอดระยะเวลา ๓ เดือน บางแห่งก็มีการประกวดการตกแต่งมี การแห่แหนรอบเมืองด้วยริ้วขบวนที่สวยงามและถือว่าเป็นงานประจำปีทีเดียว ในวันนั้นจะมีการร่วมกันทำบุญตักบาตรถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ เป็นการร่วมกุศลกันในหมู่บ้านนั้น

วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม 2556
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
EAED3207 Science Experiences Management for Early Childhood
เวลาเรียน 08.30-12.20 น.


ครั้งที่ 5

เนื้อหา


อาจารย์ให้นักศึกษานำเสนอสื่อประดิษฐ์วิทยาศาสตร์ต่อจากสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อที่เพื่อนนำเสนอมีดังนี้ 

     1.บูมแรงกระดาษ
     2.ถุงลอยฟ้า
     3.ประทัษกระดาษ
     4.ตุ๊กตาล้มลุก

หลังจากที่เพื่อนนำเสนอสื่อเสร็จแล้ว อาจารย์ให้ดูสื่อภาพของโรงเรียนต่างๆพร้อมอธิบาย ในเรื่อง การทดลอง " แรงดัน " 
และดู VDO 2 เรื่อง คือ
     1. ISCI ความฉลาดแบบยกกำลังสอง เรื่อง " ลูกโป่งรับน้ำหนัก "
     2. รู้รอบโลกวิทยาศาสตร์ เรื่อง " เมล็ดจะงอกไหม "


งานที่มอบหมาย

1. สื่อวิทยาศาสตร์เข้ามุม 1 ชิ้น
2. สื่อการทดลองวิทยาศาสตร์ 1 ชิ้น
3. สื่อประดิษฐ์ของเล่นวิทยาศาสตร์ 1 ชิ้น

* เรียนชดเชย ในวันอาทิตย์ ที่ 28 กรกฎาคม 2556 (เวลา 08.30-12.20 น.)

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม 2556
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
EAED3207 Science Experiences Management for Early Childhood
เวลาเรียน 08.30-12.20 น.


ครั้งที่ 4



วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม 2556
วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
EAED3207 Science Experiences Management for Early Childhood
เวลาเรียน 08.30-12.20 น.


ครั้งที่ 3